ข้อมูลเชิงลึกและเคล็ดลับOct 14 2025
5 วิธีที่ Social Listening ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การตลาดบน TikTok
ดู 5 วิธีที่ Social Listening ช่วยยกระดับกลยุทธ์การตลาดบน TikTok ของคุณ พร้อมตัวอย่างจากแบรนด์ชั้นนำ
Jessi Christian
Ext. Content Marketing Strategist

TikTok ไม่ได้เป็นเพียงคลิปเต้นไวรัลหรือมีมของ Gen Z อีกต่อไป ด้วยฐานผู้ใช้มากกว่า 1.5 พันล้านคนทั่วโลก และมีผู้ใช้ 170 ล้านคนในสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว TikTok แซงหน้า Instagram ในตลาดสหรัฐฯ แล้ว ส่งผลให้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ทรงพลังที่สุดในการกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคและขับเคลื่อนความภักดีต่อแบรนด์

สำหรับองค์กร นั่นหมายความว่า TikTok ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งช่องทางการตลาด เป็นพื้นที่ที่เทรนด์เกิดขึ้น ความคิดเห็นแพร่กระจาย และการตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ แต่ความท้าทายคือ หลายองค์กรยังคงเดาว่าอะไรที่ได้ผลกับกลุ่มเป้าหมายของตน

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จบน TikTok ไม่ใช่ผู้ที่ส่งเสียงดังที่สุด แต่คือผู้ที่ฟังเสียงผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดที่สุด ด้วยการทำ Social Listening องค์กรสามารถค้นหาอินไซต์ว่ากลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญกับอะไร ติดตามเทรนด์ที่กำลังก่อตัว และปล่อยแคมเปญได้ก่อนที่คู่แข่งจะจับสัญญาณเทรนด์ใหม่

ในบทความนี้ เราจะชี้ให้เห็นว่าทำไมการทำ Social Listening บน TikTok จึงสำคัญ และอธิบาย 5 วิธีที่ Social Listening จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลยุทธ์การตลาดบน TikTok ของแบรนด์

ทำไม Social Listening บน TikTok จึงสำคัญ?

TikTok คือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตัวจริงที่ผู้ใช้ค้นพบสินค้าใหม่: แฮชแท็ก #TikTokMadeMeBuyIt กลายเป็นเวอร์ชันยุคนี้ของ “as seen on TV” ขับเคลื่อนเทรนด์การช้อปปิ้งทั่วโลกและทำให้สินค้าขายหมดชั่วข้ามคืน ปัจจุบันร้านหนังสือจัดทำมุม #BookTok โดยเฉพาะ และร้านเครื่องสำอางก็เติมชั้นวางด้วยสินค้าที่ไวรัลบน TikTok.

หากคุณต้องการให้สินค้าขึ้นชั้นวางและจุดแสดงสินค้าที่เป็นที่ต้องการ Social Listening คือเข็มทิศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ที่รวดเร็ว ชุมชนบน TikTok เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีบทสนทนาใหม่ๆ และโมเมนต์ไวรัลเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แบรนด์ที่จับสัญญาณได้เร็วและลงมืออย่างถูกจังหวะจะเป็นฝ่ายเพิ่มการมองเห็นได้ก่อน

Social Listening ลึกกว่าการติดตามแบบผิวเผินอย่าง การมอนิเตอร์โซเชียล ไม่ใช่แค่การนับไลก์หรือยอดวิวเท่านั้น แต่คือการผสานข้อมูลเชิงปริมาณเข้ากับอินไซต์เชิงคุณภาพ เพื่อให้คุณเห็นภาพครบถ้วนว่าผู้คนพูดถึงแบรนด์ของคุณ อุตสาหกรรมที่คุณอยู่ และแม้แต่คู่แข่งอย่างไร

เมื่อรับฟังบทสนทนาเหล่านี้อย่างเป็นระบบ คุณจะมองเห็นความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงความคับข้องใจและความคาดหวังของพวกเขา ด้วยอินไซต์ดังกล่าว คุณจะก้าวข้ามตัวเลขที่เป็นเพียง vanity metrics และพัฒนาแคมเปญที่ตรงใจ สร้างความภักดีต่อแบรนด์ และขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จริง

5 วิธี ยกระดับการตลาดบน TikTok ด้วย Social Listening:

วิเคราะห์คู่แข่งและเบนช์มาร์กประสิทธิภาพของพวกเขา

การติดตามความเคลื่อนไหวของคู่แข่งบน TikTok ช่วยให้คุณเข้าใจชัดเจนว่าอะไรได้ผลและอะไรไม่ได้ผลในอุตสาหกรรมของคุณ ด้วยการดูความถี่ในการโพสต์ของคู่แข่ง รูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้ (เช่น storytelling, คอลแลบกับอินฟลูเอนเซอร์, คารูเซล) และตัวขับเคลื่อนเอนเกจเมนต์ คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าคู่แข่งกำลังใช้กลยุทธ์แบบใด

ให้ความสำคัญกับแฮชแท็ก เสียงที่กำลังมาแรง และแม้แต่บทสนทนาในส่วนคอมเมนต์ของพวกเขา อินไซต์เหล่านี้ไม่เพียงชี้ให้เห็นว่าอะไรที่ผู้บริโภคตอบรับ แต่ยังเผยให้เห็นจุดที่ผู้บริโภคไม่พอใจ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณปรับข้อความสื่อสารของแบรนด์ให้คมชัดยิ่งขึ้น

การเบนช์มาร์กกับคู่แข่งช่วยให้เห็นชัดว่าคุณกำลังนำหน้าตลาดหรือกำลังตามไม่ทัน และเมื่อคุณตอบสนองต่อคอนเทนต์ที่พวกเขาเผยแพร่อย่างรวดเร็ว คุณสามารถพลิกแคมเปญของคู่แข่งให้เป็นโอกาสของแบรนด์คุณเองได้

ตัวอย่าง: Samsung

เมื่อ Apple เปิดตัวแคมเปญ “Crush” สำหรับ iPad Pro รุ่นใหม่ แนวคิดตั้งต้นเรียบง่าย: ใช้แท่นอัดขนาดใหญ่บดขยี้เครื่องมือสร้างสรรค์อย่างกีตาร์ กระป๋องสี และกล้อง เพื่อสื่อว่าสิ่งเหล่านี้สามารถถูกรวมอยู่ในอุปกรณ์ทรงพลังเพียงเครื่องเดียว แต่ศิลปินและครีเอเตอร์จำนวนมากกลับตีความต่างออกไป โดยมองว่าเป็นภาพแทนของเทคโนโลยีที่กำลังกดทับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ กระแสวิพากษ์วิจารณ์จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซัมซุงคว้าโอกาสทันทีด้วยการตอบกลับอย่างชาญฉลาด ในวิดีโอ “UnCrush” นักดนตรีหยิบหนึ่งในกีตาร์ที่ถูกบดทับจนพังจากโฆษณาของ Apple ขึ้นมาแล้วบรรเลง โดยใช้แท็บเล็ตซัมซุงอ่านโน้ตเพลง แทนที่จะเข้าไปแทนที่ความคิดสร้างสรรค์ ซัมซุงวางตำแหน่งเทคโนโลยีของตนให้เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์

เข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ

ปริมาณคอมเมนต์บน TikTok มหาศาลจนจัดการยาก อินไซต์ที่มีค่าจึงมักถูกกลบหายไปในสัญญาณรบกวน เครื่องมือ Social listening อย่าง Exolyt ช่วยให้ธุรกิจกรองสัญญาณรบกวนออก และเข้าใจว่าผู้ชมรับรู้ต่อแบรนด์ของตนอย่างไร

ด้วยการวิเคราะห์เซนติเมนต์ คุณสามารถระบุกระแสตอบรับเชิงบวกที่ควรต่อยอด และกระแสตอบรับเชิงลบที่ควรนำมาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว คำวิจารณ์ไม่ใช่การโจมตีแบรนด์เสมอไป แต่บ่อยครั้งคือโอกาสให้คุณเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร หากใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกวิธี คุณจะสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ และชี้ให้ชัดว่าแบรนด์ของคุณเหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

ด้วย Social Listening คุณจะค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่คุณอาจไม่รู้ว่ามีอยู่ด้วยซ้ำ: TikTok แบ่งเป็นคอมมูนิตี้ย่อยนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ #BeautyTok ถึง #BookTok และการติดตามว่าแบรนด์ของคุณถูกพูดถึงที่ไหนจะช่วยเปิดเผยกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่คุณยังไม่ได้ทำการตลาดไปหา

ตัวอย่าง: Ryanair

Ryanair สร้างการปรากฏตัวของแบรนด์บน TikTok ทั้งหมดให้ยึดหลักการนี้ แทนที่จะหลีกเลี่ยงข้อร้องเรียนเรื่องการเดินทางแบบประหยัด พวกเขาตอบกลับด้วยอารมณ์ขันเชิงประชดแนวแซวที่ยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่า ผลลัพธ์คือเสียงของแบรนด์ที่ชัดเจนซึ่งสื่อว่า “ใช่ เราถูก และนั่นแหละคือสิ่งที่คุณเลือกไว้ตั้งแต่แรก” ด้วยการพลิกฟีดแบ็กด้านลบให้เป็นคอนเทนต์ขำขันที่ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมโยง Ryanair เปลี่ยนคำวิจารณ์ให้กลายเป็นโมเมนต์ไวรัล และตอกย้ำอัตลักษณ์ของแบรนด์ในตลาดสายการบินที่แข่งขันสูง

มองเห็นเทรนด์ — ก่อนจะเริ่มเป็นกระแส

เทรนด์ส่วนใหญ่เริ่มต้นบน TikTok ก่อนจะแพร่ไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ บน TikTok หลายองค์ประกอบสามารถกลายเป็นไวรัลได้ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเพียงชิ้นเดียว ซาวด์ที่ติดหู หรือแฮชแท็ก แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเกิดไวรัลมากกว่าแพลตฟอร์มหลักอื่นๆ ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องเข้าใจเทรนด์ที่ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มนี้

การติดตามรูปแบบและแนวโน้มเหล่านี้อย่างใกล้ชิดช่วยให้คุณดำเนินการได้ทันทีเมื่อเริ่มก่อตัว หรือแม้แต่คาดการณ์ล่วงหน้าก่อนที่คู่แข่งจะทันสังเกตเห็น. Social listening ไม่ได้เพียงช่วยให้แบรนด์ยังคงมีความหมายต่อผู้บริโภค แต่ยังสามารถจุดประกายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ด้วย.

ตัวอย่าง: Sprite Tea

บน TikTok เกิดเทรนด์ที่ผู้ใช้ทดลองผสมสไปรท์กับถุงชาเพื่อสร้างเครื่องดื่มสูตรเฉพาะของตนเอง เทรนด์ที่เริ่มจากคอนเทนต์จากผู้ใช้ (UGC) แนวสนุก แพร่กระจายและมีผู้ทำตามอย่างรวดเร็วทั่วทั้งแพลตฟอร์ม

ตามคำกล่าวของ A.P. Chaney ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟอาวุโสของ Sprite อินเทิร์นเป็นผู้เริ่มทำการศึกษาเทรนด์บน TikTok เมื่อเห็นว่าเทรนด์มีแรงส่ง Sprite จึงต่อยอดแนวคิดและเปิดตัว Sprite + Tea เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการทำ social listening สามารถเปลี่ยนเทรนด์ที่เกิดขึ้นเองจากผู้บริโภคให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมทำตลาดได้

ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์และโอกาสด้านคอนเทนต์จากผู้ใช้ (UGC)

การติดตามแฮชแท็กที่เหมาะสมและจับตาเทรนด์เกิดใหม่ ช่วยให้คุณค้นพบครีเอเตอร์ที่พูดถึงแบรนด์อยู่แล้วหรือเคลื่อนไหวในตลาดเฉพาะของคุณ อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการระบุอินฟลูเอนเซอร์ที่มีศักยภาพเป็นพาร์ตเนอร์ที่สร้างมูลค่า เปิดทางสู่ UGC ที่น่าเชื่อถือ ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างความภักดีระยะยาว

ต่อไปนี้คือวิธีเริ่มต้นทำการตลาดอินฟลูเอนเซอร์บน TikTok:

ตัวอย่าง: Urban Skin Rx

แม้ Urban Skin Rx จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวบน TikTok แต่วันหนึ่งยอดขายกลับพุ่งสูงกว่าวันปกติถึง 5 เท่า พวกเขาตรวจสอบบัญชี Instagram ที่โพสต์เป็นประจำ เพื่อหาสาเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไร ต่อมาจึงทราบว่า ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเพียง 36,900 คน ได้โพสต์วิดีโอบน TikTok โชว์ผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของแบรนด์ คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มียอดวิวมากกว่า 5 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง

คอนเทนต์เพียงชิ้นเดียวเปลี่ยนทิศทางการเติบโตของแบรนด์ หลังจากตัดสินใจโฟกัสที่ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มหลัก ยอดขายเติบโต 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยครึ่งหนึ่งของการเติบโตนี้มาจาก TikTok โดยตรง พิสูจน์ว่า UGC และไมโครอินฟลูเอนเซอร์มักให้ผลลัพธ์มากกว่าแคมเปญที่ใช้งบสูง

ปรับแต่งการตลาดและผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยฟีดแบ็กจากกลุ่มเป้าหมาย

ผู้ชมบน TikTok ของคุณคือแหล่งฟีดแบ็กและอินไซต์อย่างต่อเนื่อง หากคุณรู้วิธีรับฟัง ด้วย การวิเคราะห์เซนติเมนต์ คุณสามารถระบุคำชมและคำวิจารณ์ที่เกิดซ้ำ ซึ่งชี้ชัดว่าอะไรในคอนเทนต์ของคุณที่ตอบโจทย์ผู้ชม และอะไรที่ไม่ ปฏิกิริยาเชิงลบบน TikTok มักปรากฏอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้คุณปรับข้อความสื่อสาร ทดลองรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ ๆ หรือแม้แต่ปรับแต่งผลิตภัณฑ์

หลักการเดียวกันใช้ได้กับรูปแบบคอนเทนต์: หากกลุ่มเป้าหมายของคุณชอบวิดีโอสอน แกะกล่อง หรือคลิปเบื้องหลัง การโฟกัสกับรูปแบบเหล่านั้นให้มากขึ้นจะช่วยเปลี่ยนการพุ่งขึ้นระยะสั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ระยะยาว และเมื่อคำร้องเรียนเพิ่มขึ้นฉับพลัน—เช่น จากบั๊กซอฟต์แวร์—social listening จะทำให้คุณเป็นคนแรกที่จับสัญญาณได้ ช่วยให้แก้ปัญหาได้ก่อนจะบานปลายเป็นวิกฤตใหญ่

ตัวอย่าง: Loewe

การตลาดสำหรับแฟชั่นลักชัวรีโดยดั้งเดิมตั้งอยู่บนความพิเศษเฉพาะ การควบคุม และความเนี้ยบไร้ที่ติ ซึ่งสวนทางกับแก่นของ TikTok ที่ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติ โดยใช้พฤติกรรมและฟีดแบ็กของผู้ชมเป็นตัวนำทาง แบรนด์แฟชั่น Loewe จึงตัดสินใจละทิ้งกรอบคิดการตลาดแบบเดิม และโอบรับ “แนวทางแบบ TikTok” ผ่านคอนเทนต์ที่ใกล้ตัว ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ราวกับเกิดขึ้นเอง ไม่ใช่การจัดฉาก

แม้ผู้ใช้ TikTok จำนวนมากอาจยังไม่พร้อมซื้อกระเป๋า Loewe แต่แบรนด์สร้างแรงปรารถนาด้วยการเน้นสินค้าราคาเข้าถึงง่าย เช่น เทียนหอมหรือน้ำหอม วิดีโอถ่ายทอดโมเมนต์การใช้งานจริงกับผลิตภัณฑ์ของ Loewe ไม่ใช่แคมเปญที่จัดสไตล์เกินจริง คอนเทนต์จึงกลมกลืนกับแพลตฟอร์ม และผลลัพธ์ก็ชัดเจน: แบรนด์มีผู้ติดตามกว่า 2.3 ล้านคน และวิดีโอได้รับไลก์มากกว่า 55 ล้านครั้ง

ดูประโยชน์อื่น ๆ ของ Social Listening:

ใช้ Social Listening เพื่อก้าวนำบน TikTok

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จบน TikTok ไม่ได้มาจากแค่วิดีโอที่สะดุดตา งบประมาณก้อนใหญ่ หรืออินฟลูเอนเซอร์คนดัง แต่คือแบรนด์ที่รับฟังอย่างใกล้ชิด การติดตามความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย การมองเห็นเทรนด์ก่อนถึงจุดพีค และการค้นหาพาร์ทเนอร์ครีเอเตอร์ที่จริงแท้และน่าเชื่อถือ จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้ธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง

Social listening ทำให้การใช้ TikTok ไม่ต้องคาดเดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นช่องทางการเติบโตเชิงกลยุทธ์ ใช้เพื่อนำหน้าบทสนทนาที่เปลี่ยนตลอดเวลา ปรับกลยุทธ์การตลาดแบบเรียลไทม์ และสร้างแคมเปญที่คู่แข่งต้องเร่งตามให้ทัน

เริ่มต้นใช้งาน Social Listening บน TikTok วันนี้

เริ่มใช้งานด้วยการทดลองใช้ฟรี 7 วัน หรือติดต่อทีมของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มและกรณีการใช้งานที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

Jessi Christian
Ext. Content Marketing Strategist